ข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการ
ผู้ให้บริการเป็นเจ้าของและผู้จัดการเว็บไซต์และแอพลิเคชั่น (แพลตฟอร์ม) นี้ การใช้เว็บไซต์และแอพลิเคชั่น (แพลตฟอร์ม) นี้ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการต่อไปนี้ และผู้ใช้งานได้อ่านและทำความเข้าใจข้อกำหนดและเงื่อนไขบริการโดยละเอียดก่อนเริ่มการใช้บริการจากเว็บไซต์และแอพลิเคชั่น (แพลตฟอร์ม) เป็นที่เข้าใจเรียบร้อยแล้ว จึงตกลงโดยสมัครใจเข้าใช้บริการของผู้ให้บริการ หากผู้ใช้งานไม่ตกลงยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขบริการ ผู้ใช้งานพึงออกจากเว็บไซต์และแอพลิเคชั่น (แพลตฟอร์ม) นี้ทันที
1. นิยาม
“ผู้ใช้บริการ”
หมายถึง ผู้ใช้บริการแพลตฟอร์ม และการบริการอื่นๆผ่านระบบผู้ให้บริการที่มีคุณสมบัติตามที่ผู้ให้บริการกำหนด และได้รับการตอบรับการรับบริการจากผู้ให้บริการ ซึ่งคำจำกัดความนี้รวมทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล
“ผู้ให้บริการ”
หมายถึง บริษัท เวิร์ควันเทค จำกัด
“ระบบ” หรือ “แพลตฟอร์ม”
หมายถึง เว็บไซต์ แอพลิเคชั่น หรือแพลตฟอร์มที่ผู้ให้บริการจัดเตรียมและให้บริการทางออนไลน์ (หรือบนอินเตอร์เน็ต) หรือออฟไลน์ รวมถึงบริการอื่นๆ และข้อมูลใดๆ ที่ผู้ให้บริการจัดการ ที่ปรากฎ หรือ ที่ถ่ายทอดจากการให้บริการดังกล่าว
“แพลตฟอร์ม SME PAYDAY ”
หมายถึง โปรแกรมบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลภายในบริษัทของผู้ใช้บริการ โดยโปรแกรมดังกล่าวมีความสามารถในการบันทึก แก้ไข รวบรวม ประมวลผล และสรุปผลข้อมูลของพนักงานภายในบริษัทของผู้ใช้บริการ เพื่อลดภาระและเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการให้แก่ผู้ใช้บริการ
“บริษัท”
หมายถึง ผู้ใช้บริการที่มีสถานะเป็นนิติบุคคลในรูปแบบบริษัท ห้างหุ้นจำกัด/และหรือไม่จำกัด ที่ประสงค์ขอใช้บริการแพลตฟอร์ม SME PAYDAY ในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลภายในบริษัท
“พนักงาน”
หมายถึง ผู้ใช้บริการที่มีสถานะเป็นบุคคลธรรมดา โดยเป็นพนักงาน ลูกจ้าง คนงาน หรือบุคคลอื่นใดของบริษัทที่ประสงค์ขอใช้บริการแพลตฟอร์ม SME PAYDAY
“ผู้บริหารระบบ”
หมายถึง พนักงาน หรือลูกจ้าง หรือบุคคลอื่นใดของบริษัทซึ่งได้รับอนุญาต หรือมอบหมายให้สามารถเข้าถึง ใช้ แก้ไขหรือประมวลผลข้อมูลทรัพยากรบุคคล
“ข้อมูลทรัพยากรบุคคล”
หมายถึง ประเภทข้อมูลของพนักงานที่โปรแกรมรองรับ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ประวัติส่วนบุคคล ข้อมูลเงินเดือน ข้อมูลการลางาน ข้อมูลเวลาการเข้า-ออกงาน ข้อมูลการเบิกค่าใช้จ่าย ข้อมูลการทำงานล่วงเวลา ข้อมูลสิทธิประโยชน์พนักงาน ข้อมูลการลดหย่อนภาษี หรือข้อมูลอื่นๆ ที่ผู้ให้บริการกำหนดเพิ่มเติมในภายหลัง
“ข้อกำหนดและเงื่อนไข”
หมายถึง ข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการฉบับนี้ หรือที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในภายหลัง
“ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์”
หมายถึง อักษร อักขระ ตัวเลข เสียงหรือสัญลักษณ์อื่นใดที่สร้างขึ้นให้อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งนำมาใช้ประกอบกับสัญญาข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขบริการและการให้บริการของผู้ให้บริการ เพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้บริการกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระบุตัวผู้ใช้บริการผู้เป็นเจ้าของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น และเพื่อแสดงว่าผู้ใช้บริการดังกล่าวยอมรับข้อความในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น
“ทรัพย์สินทางปัญญา”
หมายถึง ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร โนว์ฮาวด์ ความลับทางการค้า ฐานข้อมูล เครื่องหมายทางการค้าและเครื่องหมายบริการที่จดทะเบียนและไม่จดทะเบียน (รวมถึงชื่อทางการค้า ตรา ยี่ห้อ ชื่อในทางธุรกิจ ภาพและเสียง และโลโก้ที่มีลักษณะบ่งเฉพาะซึ่งแยกความแตกต่างของสินค้าและบริการของตนจากสินค้าและบริการของบุคคลอื่นได้) ชื่อโดเมน เว็บไซต์ ภาพ เสียง การออกแบบกราฟฟิค ภาพประกอบ สัญลักษณ์ อนุสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ (รวมถึงบรรดาสิทธิในซอฟท์แวร์ ฐานข้อมูลและเนื้อหาใด ๆ ทั้งหมด) ธรรมสิทธิ (โดยสิทธิแต่ละอย่างมีความคุ้มครองตลอดอายุตามที่กฎหมายกำหนดและรวมถึงการขยายและการต่ออายุของสิทธิดังกล่าวข้างต้น) สิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ รหัสต้นฉบับ (Source Code) รหัสจุดหมาย (Object Code) คำขอสำหรับสิทธิใด ๆ และการใช้ทรัพย์สิน สิทธิในการใช้ทรัพย์สินดังกล่าวและสิทธิในการยื่นจดทะเบียนทรัพย์สินดังกล่าวข้างต้นไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งทั่วโลก และสิทธิที่คล้ายคลึงกันซึ่งมีอยู่ในแต่ละประเทศ และผลประโยชน์ (ภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนด) ของบรรดาสัญญาข้อตกลงและการอนุญาตให้ใช้สิทธิใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินดังกล่าวข้างต้นทั้งหมด
“ข้อมูลความลับ”
หมายถึง ข้อมูล ข่าวสารที่เป็นความลับและ/หรือมิได้เผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยทั่วไป ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ ทรัพย์สินทางปัญญา ข้อมูลทางธุรกิจ ระบบคอมพิวเตอร์ แฟ้มคอมพิวเตอร์ ข้อมูลข่าวสารในแฟ้ม บันทึก และข้อมูลเอกสารใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบหรือแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมที่ผู้ใช้บริการได้รับทราบไม่ว่าโดยวิธีการใด ๆ
2 ความเกี่ยวข้องของผู้ใช้บริการกับผู้ให้บริการ
ผู้ให้บริการเป็นเพียงแต่ผู้จัดให้มีระบบหรือแพลตฟอร์มแก่ผู้ใช้บริการ รวมถึงเป็นผู้ให้บริการ ประสานงาน ช่วยเหลือ สนับสนุนการใช้บริการผ่านระบบหรือแพลตฟอร์มนี้เท่านั้น ผู้ให้บริการจะไม่ทราบถึงข้อมูลทรัพยากรบุคคลที่ผู้ใช้บริการหรือพนักงานของผู้ใช้บริการได้ใส่หรือประมวลผลผ่านแพลตฟอร์ม SME PAYDAY เว้นแต่กรณีที่ผู้ใช้บริการอนุญาตให้ผู้ให้บริการเข้าถึง ใช้ แก้ไขหรือประมวลผลข้อมูลทรัพยากรบุคคลดังกล่าวเป็นกรณีพิเศษเท่านั้น ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการตระหนักดีกว่า การใช้บริการผ่านระบบหรือแพลตฟอร์มนี้ อาจส่งผลกระทบต่อผลการรวบรวม และ/หรือ การประมวลผลข้อมูลทรัพยากรบุคคลของพนักงานของผู้ใช้บริการ ดังนั้น ผู้ใช้บริการจึงได้อ่าน รับทราบ และตกลงตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้เป็นอย่างดีแล้ว
3 ข้อปฏิบัติก่อนการใช้บริการระบบหรือแพลตฟอร์ม
ก่อนการใช้บริการ ผู้ใช้บริการได้อ่านข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ทั้งหมดโดยละเอียดและได้ทำความเข้าใจและยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ ของผู้ให้บริการทั้งหมด ผู้ให้บริการจะถือว่าผู้ใช้บริการเข้าใจและยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ หากผู้ใช้บริการได้เข้าใช้บริการระบบของผู้ให้บริการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
4 การเป็นสมาชิกของแพลตฟอร์มผู้ให้บริการ
  1. ในการใช้บริการแพลตฟอร์มในฐานะบริษัทหรือพนักงาน จะต้องสมัครเป็นสมาชิกของแพลตฟอร์ม SME PAYDAY ของผู้ให้บริการ

  2. คุณสมบัติพื้นฐานของสมาชิก : ผู้ใช้บริการต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้

    1. ผู้ใช้บริการจะต้องเป็นพนักงานปัจจุบันของบริษัท หรือบริษัทที่มีสถานะนิติบุคคลตามกฎหมายไทย

    2. ผู้ใช้บริการจะต้องต้องมีคุณสมบัติอื่นๆ ตามประกาศ ข้อกำหนดหรือเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบเป็นครั้งคราว

  3. วิธีสมัครสมาชิก

    1. ผู้ใช้บริการประเภทบริษัทสามารถลงทะเบียนชื่อ นามสกุล และข้อมูลอื่นๆ รวมถึงกำหนดรหัสผ่านต่างๆ เพื่อเข้าสู่แพลตฟอร์ม SME PAYDAY

    2. สำหรับกรณีผู้ใช้บริการประเภทพนักงานจะสามารถใช้แพลตฟอร์ม SME PAYDAY เมื่อผู้ใช้บริการประเภทบริษัทได้ส่งลิงก์ไปยังจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล์) ในชื่อบัญชีของผู้ใช้บริการประเภทพนักงาน ผู้ใช้บริการประเภทพนักงานสามารถกดลิงก์เพื่อเข้าสู่แพลตฟอร์ม SME PAYDAY และสามารถเปลี่ยนรหัสผ่าน รวมถึงแก้ไข เพิ่มเติมชื่อ นามสกุล และข้อมูลอื่นๆ เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับแพลตฟอร์ม SME PAYDAY

    3. ภายหลังที่ผู้ใช้บริการลงทะเบียนแล้ว ผู้ให้บริการร้องขอให้ผู้ใช้บริการจัดส่งเอกสารต่างๆ อาทิเช่น เลขบัตรประชาชน ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด บัญชีจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล์) เลขบัญชีธนาคาร หรือนำส่งเอกสารใดๆ เพิ่มเติมตามที่ผู้ให้บริการร้องขอ หรือดำเนินการยืนยันตัวตนด้วยวิธีการอื่นใดที่ผู้ให้บริการกำหนด ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการยืนยันและรับรองว่า วิธีการยืนยันตัวตนของผู้ให้บริการเป็นวิธีการที่เพียงพอและครบถ้วนตามกฎหมายสำหรับการยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการแล้ว โดยจะไม่ยกข้อต่อสู้ใดๆ ในทางกฎหมายต่อผู้ให้บริการหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องถึงความถูกต้องของการยืนยันตัวตนผู้ใช้บริการในภายหลัง

    4. ผู้ใช้บริการต้องตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บริการที่ปรากฏผ่านระบบ หากปรากฏว่ามีข้อมูลใดที่ไม่ถูกต้อง ผู้ใช้บริการต้องแจ้งผู้ให้บริการหรือผู้บริหารระบบทราบโดยทันที

    5. ในกรณีที่ผู้ให้บริการไม่ได้รับข้อมูลที่เพียงพอหรือไม่สามารถระบุตัวตนของผู้ใช้บริการ ผู้ให้บริการจะขอให้ผู้ใช้บริการนำส่งสำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมของตามคำขอของผู้ให้บริการ หากผู้ใช้บริการไม่สามารถมอบเอกสารระบุตัวตนที่จำเป็นให้แก่ผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการอาจระงับหรือจำกัดการใช้บริการของผู้ใช้บริการในแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการตามความเหมาะสมเพื่อให้สอดคล้องและตอบสนองต่อกฎระเบียบข้อบังคับทางกฎหมาย สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการที่ผู้ให้บริการใช้ข้อมูลของผู้ใช้บริการโปรดดูที่นโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการที่ www.smepayday.com/login

    6. ผู้ให้บริการมีดุลยพินิจเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียวในการรับผู้ใช้บริการเป็นสมาชิกหรือปฏิเสธผู้ใช้บริการมิให้เป็นสมาชิก

    7. เมื่อผู้ให้บริการรับผู้ใช้บริการเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ผู้ใช้บริการมีสิทธิในการเข้าใช้ระบบในฐานะพนักงานหรือผู้บริหารระบบผ่านแพลตฟอร์ม SME PAYDAY ของผู้ให้บริการ

    8. ผู้ให้บริการจะจัดให้มีชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านสำหรับการเข้าสู่ระบบของผู้ใช้บริการ และยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการตกลงว่า การระบุ/ป้อนหรือใส่ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านของผู้ใช้บริการดังกล่าวเข้าสู่ระบบ ให้ถือว่าเป็นการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ของผู้ใช้บริการในการทำธุรกรรมผ่านทางระบบของผู้ให้บริการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544

    9. ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านสำหรับการเข้าสู่ระบบของผู้ใช้บริการถือเป็นทรัพย์สินของผู้ใช้บริการ ดังนั้น ผู้ใช้บริการจะต้องเก็บรักษาชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านสำหรับการเข้าสู่ระบบอย่างเป็นความลับ และไม่เปิดเผยให้แก่บุคคลอื่นรับทราบ ในกรณีที่มีบุคคลอื่นล่วงรู้ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีบุคคลอื่นล่วงรู้ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ใช้บริการจะต้องแจ้งผู้ให้บริการเพื่อเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านโดยทันที ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการไม่สามารถอ้างเหตุว่าถูกบุคคลอื่นใช้ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านในการเข้าสู่ระบบโดยมิชอบด้วยกฎหมายเพื่อปฏิเสธข้อมูลที่ได้จากการเก็บ รวบรวม ใช้ และประเมินผลข้อมูลส่วนบุคคลจากพนักงานแก่ผู้ให้บริการได้

    10. หากผู้ใช้บริการถูกระงับการใช้บริการเนื่องจากความผิดพลาดของผู้ใช้บริการในการกรอกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านสำหรับการเข้าสู่ระบบ ผู้ใช้บริการจะต้องยืนยันตัวตนอีกครั้งโดยการส่งข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ผู้ให้บริการร้องขอ อาทิเช่น เลขบัตรประชาชน ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมลล์) เลขบัญชีธนาคาร หรือนำส่งเอกสารใดๆ เพิ่มเติมตามที่ผู้ให้บริการร้องขอ หรือดำเนินการยืนยันตัวตนด้วยวิธีการอื่นใดที่ผู้ให้บริการกำหนด

5 สิทธิของสมาชิก
เมื่อผู้ให้บริการตอบรับบริษัทให้เป็นสมาชิกในแพลตฟอร์ม SME PAYDAY ของผู้ให้บริการ บริษัทจะได้สิทธิในการเป็น “ผู้บริหารระบบ” หรือ “พนักงาน” โดยมีสิทธิดังต่อไปนี้
  1. สิทธิของผู้บริหารระบบ

    1. บริษัทจะต้องมอบหมายให้มีผู้บริหารระบบ (หรือ Administrator) เพื่อดูแลและจัดการระบบหรือแพลตฟอร์ม ทั้งนี้ ผู้บริหารระบบอาจมีมากกว่าหนึ่งคนก็ได้ และสิทธิของผู้บริหารระบบแต่ละรายอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการกำหนดของบริษัท

    2. ผู้บริหารระบบสามารถ ใช้ รวบรวม แก้ไข ข้อมูลทรัพยากรบุคคลของพนักงานเพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลของผู้ใช้บริการ ได้แก่

      1. ลงทะเบียนรายละเอียดพนักงาน อาทิเช่น พนักงานเข้าใหม่ พนักงานลาออก เป็นต้น

      2. กำหนดสิทธิในการเข้าถึงและใช้งานระบบหรือแพลตฟอร์มของพนักงาน

      3. ประสานงานการอนุมัติคำขอต่างๆ ของพนักงาน ได้แก่ การเข้า – ออกงาน การลางาน การเบิกจ่าย การทำงานล่วงเวลา สิทธิประโยชน์ของพนักงาน หรือที่ผู้ให้บริการจะกำหนดขึ้นในอนาคต และเก็บรวบรวมเอกสารการขออนุมัติของหน้าจอต่างๆ ที่รอการอนุมัติจากผู้ที่มีสิทธิอนุมัติ รวมถึงตรวจสอบติดตามสถานะของเอกสารแต่ละรายการ และแจ้งเตือนผู้มีสิทธิอนุมัติให้ทำการอนุมัติคำขอของพนักงาน

      4. แก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของพนักงาน

      5. กำหนดอัตราเงินเดือนหรือค่าตอบแทนของพนักงาน อัตราเงินสมทบประกันสังคม อัตรากองทุนเงินทดแทนของพนักงาน หรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ของพนักงาน เพื่อส่งข้อมูลเข้าระบบเงินเดือนของพนักงานทั้งรายบุคคลหรือแบบกลุ่ม

      6. กำหนดระยะเวลาสัญญาจ้าง ระยะเวลาการทำงานของพนักงาน เพื่อส่งข้อมูลเข้าระบบพนักงานและระบบเงินเดือนของพนักงานทั้งรายบุคคลหรือแบบกลุ่ม

      7. ดำเนินการอื่นๆ ตามที่บริษัทกำหนด

    3. ผู้บริหารระบบสามารถประมวลผลจากข้อมูลพนักงานเพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลของบริษัท

    4. ผู้บริหารระบบสามารถออกเอกสารสำคัญของพนักงาน ได้แก่

      1. ใบรับรองการทำงานที่มีข้อมูลแสดงวันเริ่มต้นการทำงาน และตำแหน่งงานปัจจุบัน

      2. หลักฐานแสดงเงินเดือนของพนักงาน

    5. ผู้บริหารระบบสามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทรัพยากรบุคคลภายในระบบได้ตลอด 24 ชั่วโมงภายใต้แพลตฟอร์ม SME PAYDAY ของผู้ให้บริการ ในกรณีที่ผู้บริหารระบบตรวจสอบหรือได้รับแจ้งว่ารายละเอียดในบัญชีของพนักงานมีข้อผิดพลาดหรือไม่ถูกต้อง ผู้บริหารระบบมีสิทธิแก้ไขรายละเอียดข้อมูลที่ผิดพลาดดังกล่าวได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีปัญหาจากการแก้ไขรายละเอียดข้อมูลดังกล่าว ผู้บริหารระบบจะต้องแจ้งผู้ให้บริการทราบถึงปัญหาภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ผู้ให้บริการอัพโหลดข้อมูล มิฉะนั้น ให้ถือว่าผู้ข้อมูลที่ปรากฎในระบบแพลตฟอร์ม SME PAYDAY ถูกต้องสมบูรณ์แล้ว

    6. ในกรณีเกิดข้อพิพาทหรือการโต้เถียงกันระหว่างพนักงาน บริษัท หรือผู้บริหารระบบ ผู้บริหารระบบสามารถร้องเรียนหรือแจ้งให้ผู้ให้บริการเข้ามาดูแลและแก้ไขปัญหาดังกล่าว

    7. ผู้บริหารระบบสามารถยกเลิก/เพิกถอนการเป็นสมาชิกของพนักงานได้เมื่อพนักงานพ้นจากสภาพพนักงานด้วยกรณีใดๆ ก็ตาม (รวมถึงกรณีที่เสียชีวิต)

    8. ผู้บริหารระบบสามารถขอรับคำแนะนำ ชี้แจง ตอบปัญหา ช่วยเหลือทางด้านเทคนิค ผ่านเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าสัมพันธ์ผู้ให้บริการ ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 9:00-17:30 น. Email : support@smepayday.com หรือ Live Chat 24 ชั่วโมง ของบริษัทหรือช่องทางการสื่อสารอื่นที่ผู้ให้บริการจัดทำขึ้น

    9. ผู้บริหารระบบสามารถดาวน์โหลดเอกสารข้อมูลทรัพยากรบุคลากร รายบุคคลและรายกลุ่ม เพื่อเป็นสำเนาและเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐาน

  2. สิทธิของพนักงาน

    1. พนักงานสามารถมีสิทธิใช้บริการระบบหรือแพลตฟอร์มตามสิทธิที่ผู้บริหารหรือบริษัทกำหนด ซึ่งสิทธิดังกล่าวอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงสิทธิดังต่อไปนี้

      1. การขออนุมัติต่างๆจากผู้มีสิทธิอนุมัติ ได้แก่ การเข้า – ออกงาน การลางาน การเบิกจ่าย การทำงานล่วงเวลา สิทธิประโยชน์ของพนักงาน หรือที่ผู้ให้บริการจะกำหนดขึ้นในอนาคต

      2. เก็บรวบรวมเอกสารการขออนุมัติของหน้าจอต่างๆ ที่ได้รับอนุมัติจากผู้ที่มีสิทธิอนุมัติ รวมถึงตรวจสอบติดตามสถานะของเอกสารแต่ละรายการ

      3. เข้าระบบเงินเดือนพนักงานรายบุคคล

    2. พนักงานสามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลรายบุคคลตลอด 24 ชั่วโมงในบัญชีของบริษัท ภายใต้แพลตฟอร์ม SME PAYDAY ของผู้ให้บริการ ในกรณีที่พนักงานตรวจสอบพบว่า รายละเอียดในบัญชีของบริษัทมีข้อผิดพลาดหรือไม่ถูกต้อง พนักงานจะต้องแจ้งรายละเอียดข้อมูลที่ผิดพลาดดังกล่าวแก่ผู้บริหารระบบหรือผู้ให้บริการทราบภายใน 3 วันนับแต่วันที่ผู้ให้บริการอัพโหลดข้อมูล มิฉะนั้น ให้ถือว่าพนักงานรับทราบว่าข้อมูลที่ปรากฎในบัญชีของผู้ใช้บริการถูกต้องสมบูรณ์แล้ว

      1. พนักงานรับทราบว่า พนักงานไม่มีสิทธิในการใช้งานระบบหรือแพลตฟอร์มเกินกว่าสิทธิที่พนักงานได้รับจากบริษัท ผู้บริหารระบบ หรือผู้ให้บริการ

      2. ในกรณีเกิดข้อพิพาทหรือการโต้เถียงกันระหว่างพนักงาน บริษัท หรือผู้บริหารระบบ พนักงานสามารถร้องเรียน หรือ แจ้งให้ผู้ให้บริการเข้ามาดูแลและแก้ไขปัญหาดังกล่าว

      3. พนักงานสามารถดาวน์โหลดเอกสารเอกสารข้อมูลทรัพยากรบุคลากรเพื่อเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐาน

      4. พนักงานสามารถขอรับคำแนะนำ ชี้แจง ตอบปัญหา ช่วยเหลือทางด้านเทคนิค ผ่านเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าสัมพันธ์ผู้ให้บริการทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 9:00-17:30 น. ที่ Email : support@smepayday.com หรือ Live Chat 24 ชั่วโมง ของบริษัทหรือช่องทางการสื่อสารอื่นที่ผู้ให้บริการจัดทำขึ้น

6 การสิ้นสมาชิกภาพ
ผู้ใช้บริการจะสิ้นสุดการเป็นสมาชิกแพลตฟอร์ม SME PAYDAY ในกรณีดังต่อไปนี้
  1. ผู้ใช้บริการพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม

  2. ผู้ใช้บริการประเภทบริษัทได้รับการร้องเรียน เรียกร้อง ถูกดำเนินคดี ฟ้องร้องอันเกี่ยวเนื่องจากการใช้ระบบแพลตฟอร์ม SME PAYDAY หรือโทษร้ายแรงอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นผลกระทบทำให้แพลตฟอร์ม SME PAYDAY เสื่อมเสีย

  3. ผู้ให้บริการอาจจะยกเลิกผู้ใช้บริการ ได้ตลอดเวลาหากปรากฏเหตุการณ์ใดๆดังต่อไปนี้ :

    1. ผู้ใช้บริการละเมิดข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้หรือละเมิดกฎระเบียบหรือข้อกำหนดใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำของผู้ใช้บริการในฐานะสมาชิกบนแพลตฟอร์ม SME PAYDAY ของผู้ให้บริการ

    2. เมื่อผู้ให้บริการพบว่าข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญที่ได้รับจากผู้ใช้บริการ ผิดพลาดคลาดเคลื่อน ไม่ถูกต้อง หรือเป็นเท็จ

    3. ผู้ใช้บริการใช้แพลตฟอร์ม SME PAYDAY ของผู้ให้บริการในทางที่ก่อให้เกิดหรืออาจก่อให้เกิดปัญหาในการเข้าถึงระบบแพลตฟอร์มติดขัดหรือเกิดความเสียหายในทางใดทางหนึ่ง หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการฉ้อโกงหรือในการเชื่อมโยงกับความผิดทางอาญาหรือวัตถุประสงค์อื่นอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเพื่อนำส่งเผยแพร่ใช้หรือนำกลับมาใช้ข้อมูลใดๆที่ผิดกฎหมายที่น่ารังเกียจที่ไม่เหมาะสมที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงในทางลามกอนาจาร ข่มขู่ หมิ่นประมาทหรือละเมิดลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร หรือเครื่องหมายการค้า หรือความเป็นส่วนตัวหรือละเมิดสิทธิอื่นใด หรือจะทำให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลภายนอก หรือทำความน่ารังเกียจ หรือประกอบด้วยไวรัสซอฟแวร์ หรือการรณรงค์ทางการเมือง หรือการเชิญชวนในเชิงพาณิชย์อันมีลักษณะเป็นจดหมายลูกโซ่

    4. ผู้ใช้บริการใช้แพลตฟอร์ม SME PAYDAY ของผู้ให้บริการในทางก่อให้เกิดความรำคาญไม่สะดวกหรือความวิตกกังวลหรือการจำกัดการใช้หรือยับยั้งบุคคลอื่นๆ ที่จะเข้าใช้งานบนระบบแพลตฟอร์ม

7 ข้อกำหนดทั่วไปในการใช้บริการระบบหรือแพลตฟอร์ม
ผู้ใช้บริการจะสิ้นสุดการเป็นสมาชิกแพลตฟอร์ม SME PAYDAY ในกรณีดังต่อไปนี้
8 นโยบายความเป็นส่วนตัว
ในกรณีที่ได้รับความยินยอมจากบริษัท ผู้ใช้บริการยอมรับว่าข้อมูลส่วนบุคคลใดๆและทั้งหมดที่ผู้ใช้บริการมีให้กับผู้ให้บริการผ่านทางแพลตฟอร์มนี้อาจถูกจัดเก็บ รวบรวม ประมวลผลและใช้งานตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการ (ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงได้ที่ www.smepayday.com/login)
9 การใช้งาน (สำหรับผู้บริหารระบบ)
ผู้ใช้บริการจะสิ้นสุดการเป็นสมาชิกแพลตฟอร์ม SME PAYDAY ในกรณีดังต่อไปนี้
10 การใช้งาน (สำหรับพนักงาน)
เมื่อผู้ใช้บริการประเภทพนักงานเข้าใช้ระบบ พนักงานตกลงยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อตกลงดังต่อไปนี้
  1. พนักงานจะต้องระบุตัวตนโดยใช้ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่ได้รับจากผู้ให้บริการหรือผู้บริหารระบบ เพื่อเข้าถึง ใช้ แก้ไขข้อมูล รวมถึงการขออนุมัติต่างๆ โดยการเข้าระบบการผ่านช่องทางการเข้าระบบในแพลตฟอร์ม SME PAYDAY ของผู้ให้บริการ

  2. ผู้ใช้บริการสามารถใช้งานแพลตฟอร์ม SME PAYDAY ได้ตามสิทธิที่พนักงานได้รับหรือกำหนดโดยผู้บริหารระบบเท่านั้น

  3. เมื่อพนักงานตรวจสอบพบว่าข้อมูลส่วนทรัพยากรบุคคลของตนไม่ถูกต้อง เช่น ประวัติส่วนบุคคล ข้อมูลเงินเดือน ข้อมูลการลางาน ข้อมูลเวลาการเข้า-ออกงาน ข้อมูลการเบิกค่าใช้จ่าย ข้อมูลการทำงานล่วงเวลา ข้อมูลสิทธิประโยชน์พนักงาน ข้อมูลการลดหย่อนภาษี หรือข้อมูลอื่นๆ พนักงานจะต้องแจ้งให้ผู้บริหารระบบทราบถึงความบกพร่องของข้อมูลดังกล่าวผ่านทาง www.smepayday.com

  4. เมื่อพนักงานตรวจสอบพบว่า การขออนุมัติเอกสาร ได้แก่ การลา การเบิกจ่าย สิทธิประโยชน์ ของตน ไม่ได้รับการอนุมัติ พนักงานจะต้องแจ้งให้ผู้บริหารระบบทราบและแจ้งเตือนผู้มีสิทธิอนุมัติเพื่อทำการอนุมัติเอกสารดังกล่าวผ่านทาง www.smepayday.com

  5. การเข้าระบบเพื่อเข้าถึง ใช้ และแก้ไขข้อมูล โดยผู้ดูแลระบบ หากพนักงานไม่ได้ทำรายการติดต่อกันเป็นเวลา 30 นาที ผู้ให้บริการจะดำเนินการให้ออกจากระบบโดยอัตโนมัติ

11 ข้อกำหนดและความรับผิดชอบของผู้ให้บริการ
  1. ผู้ให้บริการมีหน้าที่ให้บริการแพลตฟอร์ม SME PAYDAY ให้แก่ผู้ใช้บริการเท่านั้น โดยผู้ให้บริการไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับข้อมูลทรัพยากรบุคคลของบริษัท ซึ่งรวมถึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการบันทึก ประมวลผล แก้ไขเปลี่ยนแปลง ลบ หรือดำเนินการใดๆ ต่อข้อมูลทรัพยากรบุคคลของพนักงานบริษัท ดังนั้น ผู้ให้บริการจึงไม่มีความรับผิดใดๆ ต่อการดำเนินการต่อข้อมูลทรัพยากรบุคคลของพนักงานบริษัทไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ตาม

  2. ผู้ให้บริการไม่มีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลทรัพยากรบุคคลของบริษัทหรือข้อมูลใดๆ ของบริษัทเว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากบริษัท และ/หรือเป็นกรณีการเปิดเผยข้อมูลตามที่ระบุในนโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการ (Privacy Policy)

  3. การให้บริการระบบหรือแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการ เป็นการให้สิทธิแก่ผู้ใช้บริการในการเข้าใช้ระบบหรือแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการเท่านั้น โดยไม่ถือเป็นการอนุญาตให้ใช้สิทธิ หรือโอนสิทธิ หรือสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาใดๆ แก่ผู้ใช้บริการหรือบุคคลภายนอกไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

  4. ผู้ให้บริการมีสิทธิในการพิจารณาระงับการให้บริการระบบแก่ผู้ใช้บริการทั้งหมดหรือเฉพาะเจาะจง ไม่ว่าด้วยเหตุใด ไม่ว่าถาวรหรือชั่วคราวตามดุลยพินิจของผู้ให้บริการและความเหมาะสม โดยผู้ใช้บริการตกลงสละสิทธิใดๆ ทั้งปวงในการเรียกร้องความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการระงับการให้บริการระบบดังกล่าว

  5. ในกรณีเกิดข้อพิพาทหรือความขัดแย้งระหว่างผู้ใช้งานของผู้ใช้บริการ ผู้ให้บริการมีหน้าที่ไปดูแลแก้ไขปัญหาดังกล่าว

  6. ผู้ให้บริการจะรับผิดชอบต่อความเสียหายอันเกิดจากความจงใจหรือการกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้ให้บริการเท่านั้น ผู้ให้บริการจะไม่รับผิดชอบต่อข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ หรือทั้งสองอย่างของผู้ใช้บริการ

  7. ผู้ให้บริการให้บริการระบบหรือแพลตฟอร์มแก่ผู้ใช้บริการโดยการแสดงผลจากข้อมูลที่ผู้ใช้บริการนำเข้าสู่ระบบ โดยผู้ให้บริการไม่มีหน้าที่ในการตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลดังกล่าวแต่อย่างใด ดังนั้น ผู้ให้บริการจึงไม่มีข้อรับประกันไม่ว่าในเรื่องใดๆ เกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูล และไม่มีความรับผิดชอบต่อผู้ใช้บริการหรือบุคคลใด ๆ ในความเสียหายที่เกิดขึ้น ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม จากการใช้เนื้อหาผ่านระบบหรือแพลตฟอร์มนี้ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ซึ่งรวมถึง การที่เนื้อหานั้นไม่ถูกต้อง ผิดพลาด ไม่ครบถ้วน ไม่เป็นไปตามเวลาไม่สมบูรณ์ ถูกลบ ถูกแก้ไข มีข้อบกพร่อง ไม่สามารถแสดงผล มีไวรัสคอมพิวเตอร์ หรือความขัดข้องของระบบสื่อสาร

  8. การให้บริการของผู้ให้บริการ เป็นการประมวลผลโดยอัตโนมัติโดยคอมพิวเตอร์เท่านั้น ดังนั้น ผู้ใช้บริการตกลงและรับทราบว่า ระบบคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการอาจขัดข้องหรืออาจเกิดการประมวลผลที่ผิดพลาดได้ ทั้งนี้ ผู้ให้บริการจะดำเนินการแก้ไขความขัดข้องหรือความผิดพลาดของระบบคอมพิวเตอร์โดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการไม่มีความรับผิดใดๆ ต่อผู้ใช้บริการหรือบุคคลภายนอกในความเสียหายไม่ว่าจะเป็นความเสียหายโดยตรงหรือโดยอ้อม หรือความเสียหายต่อเนื่องที่เกิดขึ้นจากการให้บริการของผู้ให้บริการ

12 ความรับผิดชอบของผู้ใช้บริการต่อผู้ให้บริการ
  1. ห้ามมิให้ผู้ใช้บริการโอนสิทธิ ผลประโยชน์ หน้าที่และความรับผิดชอบใดๆอันเกี่ยวเนื่องกับการใช้ตามสัญญาที่มีขึ้น ไปยังบุคคลอื่นโดยมิได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ให้บริการ

  2. ผู้ใช้บริการเป็นผู้รับผิดชอบความถูกต้องของข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญที่จัดขึ้นและส่งมอบให้แก่ผู้ให้บริการ

  3. ห้ามมิให้ผู้ใช้บริการแก้ไข เปลี่ยนแปลง ลอกเลียนแบบ หรือทำซ้ำแพลตฟอร์มผู้ให้บริการหรือดำเนินธุรกิจแบบเดียวกับผู้ให้บริการ

  4. ผู้ใช้บริการจะไม่นำ หรือแอบอ้างว่าตนเป็นเจ้าของข้อมูลความรับของผู้ให้บริการ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะการนำข้อมูลความลับดังกล่าวไปใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์หรือไม่ก็ตาม หรือเอื้อประโยชน์ให้บุคคลภายนอกเข้าถึงข้อมูลความลับ โดยปราศจากความยินยอมเป็นลายลักษณ์จากผู้ให้บริการ

13 การระงับการให้บริการ
ผู้ให้บริการมีสิทธิระงับการให้บริการระบบหรือแพลตฟอร์มแก่ผู้ใช้บริการได้ทันทีเมื่อข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ระหว่างผู้ให้บริการกับบริษัทสิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ทั้งนี้ ให้ผลภายหลังจากการระงับให้บริการเป็นดังต่อไปนี้
  1. ผู้ให้บริการสิ้นสุดหน้าที่ในการให้บริการระบบหรือแพลตฟอร์ม และหลุดพ้นจากความรับผิดใดๆ ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้

  2. ผู้ใช้บริการจะต้องระงับการใช้ระบบหรือแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการ และลบระบบหรือแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการออกจากคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ใช้บริการเป็นเจ้าของหรือครอบครองโดยทันที

  3. ผู้ให้บริการมีสิทธิในการระงับการใช้งานของชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่านของผู้ใช้บริการทั้งหมดโดยทันที โดยผู้ใช้บริการรับทราบว่า ผู้ใช้บริการจะไม่สามารถเข้าถึงระบบหรือแพลฟอร์มของผู้ให้บริการได้อีกต่อไป

  4. ผู้ให้บริการมีสิทธิในการลบข้อมูลของผู้ใช้บริการหรือบริษัทที่อยู่ในฐานข้อมูลหรือเซิร์ฟเวอร์ใดๆ ทั้งหมดของผู้ให้บริการออกจากฐานข้อมูลหรือเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวทั้งหมดโดยทันที

  5. ผู้ใช้บริการสละสิทธิในการต่อสู้หรือดำเนินคดีทางกฎหมายต่อผู้ให้บริการไม่ว่าด้วยกรณีใดๆ ก็ตาม

14 ช่องทางการติดต่อ และช่องทางการร้องเรียน
ถ้าผู้ใช้บริการต้องการที่จะทำการร้องเรียนอย่างเป็นทางการ ผู้ใช้บริการสามารถทำเช่นนั้นได้โดยตรง ผ่านบุคคล เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการสัมพันธ์ จดหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษร จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล์) ทางโทรศัพท์ ทางโทรสาร หรือ ผ่านทางช่องทาง Live Chat ที่หน้าเว็บไซต์ หรือ @Line ของบริษัท
15 การแก้ไขข้อกำหนดและเงื่อนไข
  1. ผู้ให้บริการคาดการณ์ว่าจะต้องมีการปรับปรุงหรือแก้ไขข้อกำหนดและเงื่อนไขเหล่านี้ ในช่วงเวลาหนึ่งๆ เพื่อที่จะปฏิบัติตามกฎหมายหรือเพื่อตอบสนองความต้องการทางธุรกิจของผู้ให้บริการหากมีการเปลี่ยนแปลง

  2. ผู้ให้บริการอาจทำการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขข้อกำหนด โดยไม่มีคำยืนยันของผู้ใช้บริการ ซึ่งการปรับปรุงเหล่านั้นอยู่ในดุลพินิจที่เหมาะสมของผู้ให้บริการ ที่มีสาระสำคัญ และกิจวัตรประจำวันตามปกติ ผู้ให้บริการอาจจะไม่สามารถที่จะทำการแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบการปรับปรุงหรือการแก้ไข ดังกล่าว แต่ผู้ให้บริการจะนำเสนอไว้บนแพลตฟอร์มเพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถศึกษาเพิ่มเติมเมื่อผู้ใช้บริการไปเข้าสู่ระบบ ในสถานการณ์เช่นนี้ เมื่อผู้ใช้บริการใช้แพลตฟอร์มของผู้ให้บริการอย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้บริการตกลงที่จะปฏิบัติตามข้อผูกพัน ข้อกำหนดและเงื่อนไข ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม

  3. ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ได้รับการปรับปรุงล่าสุดเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2560

16 อื่นๆ
  1. ถ้าข้อกำหนดและเงื่อนไขใดๆเหล่านี้ พบว่าไม่ถูกต้อง หรือผิดกฎหมาย หรือไม่สามารถบังคับ ข้อกำหนดและเงื่อนไขส่วนที่เหลือจะยังคงมีผลบังคับ

  2. ข้อกำหนดและเงื่อนไขเหล่านี้อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายไทย ในกรณีใด ๆ หากมีปัญหาหรือข้อพิพาทเกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดและเงื่อนไขเหล่านี้ ผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการจะทำการยื่นฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจในประเทศไทย